ภิญโญ พงศ์เจริญ ผ่าดาวสู่ดวงเมือง 2557

ใส่ความเห็น

มกราคม 2, 2014 โดย Metro Square

ดวงอาทิตย์ เป็นประธานของระบบสุริยจักรวาล เป็นธาตุไฟกรด ไฟที่มีเปลวเพลิง จึงมีลักษณะของความร้อนแรง รวดเร็ว เป็นดาวที่มีประโยชน์แก่มนุษย์ สัตว์ และพืชพันธุ์ธัญญาหารทั่วไป เพราะให้ทั้งความร้อนและแสงสว่าง ครองเกษตรปกครองราศีสิงห์ เรือนปุตตะ ภพที่ 5 ของลัคนาโลก จึงมีความเย่อหยิ่ง จองหอง ถือยศศักดิ์ ความมีอำนาจทางใจ ความรื่นเริง ความสงบสุข เนื่องจากอาทิตย์เป็นเจ้าแห่งแสงสว่าง ดังนั้น อาทิตย์จึงบ่งถึงความสว่างแห่งชีวิต ท่านจึงให้คำจำกัดความว่า “ทายยศศักดิ์หลักฐานให้ทายอาทิตย์ หรือทายสถานเฟื่องฟุ้งให้ทายอาทิตย์”

ในโหราศาสตร์ชะตาเมือง อาทิตย์ (1) สำแดงถึงความเป็นใหญ่ การบังคับบัญชาชั้นสูง ประมุขของประเทศชาติ นายกรัฐมนตรีที่ยังครองตำแหน่งอยู่ นักปกครอง นักบริหาร ข้าราชการฝ่ายปกครอง สมาชิกสภานิติบัญญัติ ผู้จัดการ บุคคลที่มีตำแหน่งที่ใช้อำนาจ

ในดวงเมืองไทย ดาวอาทิตย์ (1) มีความสำคัญมาก เพราะวันอาทิตย์ (1) เป็นวันที่วางพระฤกษ์ฝังเสาหลักเมือง ดาวอาทิตย์ (1) ธาตุไฟสถิตอยู่ในราศีเมษกุมลัคนา ซึ่งเป็นราศีธาตุไฟ ชั้น 1 ชนิดจรราศี ได้มาตรฐานเป็นมหาอุจจ์ มหาอุจจ์ แปลว่า สูงส่ง อาทิตย์ (1) เป็นดาวประจำราศีสิงห์ จึงเป็นเจ้าเรือนปุตตะ จึงส่งผลทำให้มีกำลังมาก อาทิตย์ (1) คือ สถาบันพระมหากษัตริย์ในดวงเมือง ดังนั้น สถาบันพระมหากษัตริย์ การสืบราชสันตติวงศ์จึงมีความสำคัญและมั่นคงยิ่ง หยั่งรากลึกในจิตใจของดวงเมืองสืบทอดกันมาไม่ขาดสาย ดาวอาทิตย์ (1) ตนุเศษ จึงมีบทบาทสำคัญเป็นอย่างยิ่งในการกำหนดดวงชะตากรุงรัตนโกสินทร์

ประการสำคัญคือ ลัคนาเมืองสถิตราศีเมษ กุมดาวอาทิตย์ (1) มหาอุจจ์ ธาตุไฟ ได้รับการสนับสนุนจากดาวพฤหัสบดี (5) คู่มหามิตรซึ่งได้มาตรฐานเป็นเกษตร สถิตอยู่ในราศีธนู ดังนั้น การตรีโกณของดาวอาทิตย์ (1) กับดาวพฤหัสบดี (5) จึงมีความเข้มแข็งเป็นอย่างยิ่ง ดาวพฤหัสบดี (5) เป็นคู่มหามิตรกับดาวอาทิตย์ (1) ย่อมให้การสนับสนุน ช่วยเหลือ อุปการะซึ่งกันและกัน ดาวพฤหัสบดี (5) เป็นเจ้าเรือนศุภะ คือ สถาบันศาสนา ความเลื่อมใสศรัทธาในศาสนา เชื่อมั่นในคุณงามความดี กฎหมาย ศีลธรรม วัฒนธรรม จารีตประเพณีอันดีงาม ดังนั้น ดาวพฤหัสบดี (5) ก็จะมีส่วนสำคัญยิ่งในการให้การสนับสนุน ค้ำจุน คุ้มภัย ให้กับดาวอาทิตย์ (1) จึงไม่มีใครสามารถล้มล้างสถาบันศาสนาและสถาบันพระมหากษัตริย์ได้ ตราบใดที่ยังไม่มีการเปลี่ยนแปลงดวงเมืองไทย เพราะโหราจารย์ผู้วางพระฤกษ์ฝังเสาหลักเมืองผู้มีพระคุณอย่างใหญ่หลวง ได้พยายามเสาะหาและรอวันเวลาจนอาทิตย์ (1) เป็นบรมอุจจ์กุมลัคนาพระฤกษ์ตรงราศีเมษ, พฤหัสบดี (5) เจ้าเรือนศุภะเป็นเกษตรในราศีธนู และวางดาวจันทร์ (2) เจ้าเรือนพันธุ อันหมายถึง ชาติ ดินแดน เผ่าพันธุ์ เป็นเกษตรในราศีกรกฎ

ดวงอาทิตย์ (1) ในโหราศาสตร์ชะตาบ้านเมืองมีความสำคัญมาก เพราะดวงอาทิตย์ (1) เป็นที่มาแห่งดวงชะตาสงกรานต์ ดวงอาทิตย์ยกย้ายราศี ยกย้ายเข้าสู่ทวารราศี ดวงอมาวสี ดวงปุรณมี ตลอดจนดวงอุปราคาและการเกาะกุมดาวเคราะห์สำคัญๆ ซึ่งแสดงถึงเหตุการณ์สำคัญๆ ซึ่งจะกล่าวรวมกันกับการเกิดจุดจันทร์เพ็ญ-จันทร์ดับ อุปราคาและปรากฏการณ์บนท้องฟ้าในปี พ.ศ.2557

วันมหาสงกรานต์ปี 2557 ตรงกับวันที่ 14 เมษายน 2557 เวลา 08 นาฬิกา 11 นาที 24 วินาที ดังนั้น วันเวลาก่อนที่จะถึงวันมหาสงกรานต์ 14 เมษายน 2557 คำพยากรณ์จึงยังต้องใช้ตามประกาศสงกรานต์เดิม

ประกาศสงกรานต์ปีนี้ ปีมะเมีย พ.ศ.2557 ปกติมาศ ปกติวาร ปกติสุรทิน วันที่ 14 เมษายน เป็นวันมหาสงกรานต์

วันมหาสงกรานต์ เป็นวันที่พระอาทิตย์โคจรมาครบ 1 รอบจักราศี และในวันที่ 14 เมษายน 2557 พระอาทิตย์ก็จะโคจรวิวัฒน์เข้าสู่รอบใหม่ ก็คือ ราศีเมษ ระยะ 00 องศา 00 ลิปดา เมื่อเวลา 08 นาฬิกา 11 นาที 24 วินาที ตรงกับวันจันทร์ (2) การนับวันใหม่นั้น ทางโหราศาสตร์นับกันตั้งแต่เวลารุ่งอรุณ คือดวงอาทิตย์ขึ้น แล้วให้โลกหมุนรอบตัวเองไปได้ 1 รอบ มันก็จะกินเวลาถึงรุ่งอรุณของอีกวันหนึ่ง นับได้ 24 ชั่วโมง เป็น 1 วัน

วันมหาสงกรานต์ปีนี้ ทางจันทรคติกาลจึงตรงกับวันจันทร์ (2) ขึ้น 15 ค่ำ เดือน 5 ปีมะเมีย ยังคงเป็นเบญจศก หมายถึง ศักราชที่ลงท้ายด้วยเลข 5 จุลศักราช 1375 จะเปลี่ยนศักราชในวันเถลิงศก คือ วันที่ 16 เมษายน 2557 เวลา 12 นาฬิกา 09 นาที 00 วินาที เป็นวันเถลิงศกใหม่ 1376

วันมหาสงกรานต์นี้ ท่านให้ถือเอาวิถีการโคจรของดวงอาทิตย์ (1) เป็นหลัก กล่าวคือ มองจากโลกไปเห็นดวงอาทิตย์โคจรครบ 1 รอบจักราศี คือ 360 องศา แล้ววิวัฒน์เข้าสู่ราศีเมษที่ 00 องศา 00 ลิปดา 00 ฟิลิปดา พระอาทิตย์ (1) โคจรยกย้ายราศีตรงกับวันไหน วันนั้นเป็นวันมหาสงกรานต์

ปี 2557 นางสงกรานต์เป็นสงกรานต์ฝ่ายศุภเคราะห์ เพราะตรงกับวันจันทร์ (2) วันจันทร์เป็นวันศุภเคราะห์ นางสงกรานต์ชื่อ “โคราคะเทวี” ทรงพาหุรัดทัดดอกปีบ แก้วมุกดาหารเป็นอาภรณ์ ภักษาหารน้ำมันเนย พระหัตถ์ขวาทรงพระขรรค์ พระหัตถ์ซ้ายทรงไม้เท้า เสด็จยืนไปบนหลังเสือ

เรื่องอิริยาบถนางสงกรานต์ มีหลักการทางโหราศาสตร์ที่สอนกันมาแต่โบราณว่า อิริยาบถนางสงกรานต์นั้น ถ้าพระอาทิตย์ยกจากราศีมีนเข้าสู่ราศีเมษ เวลารุ่งอรุณถึงเที่ยงวัน นางสงกรานต์จะยืนรู้สึกขะมักเขม้น เอาการเอางานดี แต่ถ้าพระอาทิตย์โคจรยกจากราศีมีนเข้าสู่ราศีเมษตั้งแต่เที่ยงวันจนกระทั่งไปถึงพระอาทิตย์ตกดิน นางสงกรานต์จะมีอิริยาบถนั่ง และถ้าพระสุริยาทิตย์ คือดวงอาทิตย์ โคจรยกจากราศีมีนเข้าสู่ราศีเมษตอนเวลาตะวันตกดินแล้วจนกระทั่งเที่ยงคืน อิริยาบถนางสงกรานต์จะไสยาสน์ แต่เป็นการไสยาสน์ลืมเนตร ก็คือ ลืมตา นอนดู ก็รับรู้อะไรได้บ้าง แต่ถ้าพระอาทิตย์ยกจากราศีมีนเข้าราศีเมษหลังเที่ยงคืน คือหลังเที่ยงคืนไปแล้วจนกระทั่งถึงรุ่งอรุณ นางสงกรานต์จะนอนหลับเนตร คือไสยาสน์หลับเนตร ไม่รู้ ไม่เห็น ไม่สนใจอะไรนั่นเอง

คำพยากรณ์อุปราคา พ.ศ.2557
ครั้งที่ 1 เกิดจุดจันทร์เพ็ญในวันที่ 15 เมษายน พ.ศ.2557 เวลา 14.20 น. ได้บังเกิดจันทรุปราคาเต็มดวงเวลา 14.45 น. ศูนย์กลางคราสอยู่ในราศีตุล วาโยธาตุ (ธาตุลม) ในระยะ 2 องศา 59 ลิปดา รัศมีคราสพาดผ่านปฐมนวางค์ 6 ปฐมตรียางค์ 6 เสวยจิตรานักษัตรฤกษ์ที่ 14 ในอาณาเขตของเทศาตรีแห่งฤกษ์ มองไม่เห็นในประเทศไทย

ตำราโหราศาสตร์ชะตาบ้านเมืองกล่าวเกี่ยวกับชนิดของอุปราคาว่า จันทรุปราคายังให้เกิดผลรุนแรงน้อยกว่าสุริยุปราคา โดยจันทรุปราคายังผลให้มีส่วนเกี่ยวโยงกับเรื่องของสังคม อารมณ์สาธารณะ จิตวิทยาสังคม เรื่องของประชาชนคนหมู่มากเป็นสำคัญ ส่วนสุริยุปราคายังผลเกี่ยวกับผู้ปกครอง การใช้อำนาจปกครอง กษัตริย์หรือรัฐบาล นายกรัฐมนตรี และการเมืองของประเทศ

นอกจากนี้แล้วยังกล่าวถึงขอบเขตของความมืดมนว่า การมืดมิดดวงเป็นสรรพคราส ย่อมให้ผลรุนแรงกว่าอุปราคาชนิดมืดเป็นบางส่วน

อุปราคาครั้งนี้เป็นจันทรุปราคาชนิดเต็มดวงได้บังเกิดขึ้นในราศีตุล ในเวลาบ่ายเป็นเวลากลางวันจึงไม่สามารถมองเห็นได้ในประเทศไทย ส่วนท้องถิ่น ภูมิภาค ประเทศที่แนวอุปราคาพาดผ่านและมองเห็นอุปราคาในพื้นที่ใด จะได้รับอิทธิพลจากอุปราคาอย่างรุนแรง อุปราคาบังเกิดขึ้นในราศีตุล ราศีตุลปกครองพม่า ไทย อินเดีย ที่อยู่ใกล้จีน จีนเหนือ ทิเบต ญี่ปุ่น เป็นต้น

พื้นที่เหล่านี้ย่อมได้รับอิทธิพลจากอุปราคา ราศีตุลเป็นราศีคนถือคันชั่ง หมายถึง ความยุติธรรม กระบวนการยุติธรรม จึงทำให้วงการยุติธรรม วงการกฎหมาย เกิดปัญหาและมีอุปสรรค ราศีตุลเป็นราศีธาตุลมชั้น 1 ชนิดจรราศี ก่อให้เกิดผลขึ้นอย่างรวดเร็วและผ่านพ้นไปอย่างรวดเร็วเช่นเดียวกัน ยังความก่อกวนให้เกิดปัญหากับกิจการต่างประเทศ และนำความยุ่งยากมาสู่ผู้ปกครองหรือรัฐบาล ตลอดถึงประชาชน พืชผลทางการเกษตร ในบางกรณีจะทำให้เกิดความแปรผันสำคัญทางการเมือง มีการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองหรือทางการค้าครั้งสำคัญ

อุปราคาครั้งนี้เกิดขึ้นในราศีตุลซึ่งเป็นราศีต้นธาตุลม จึงก่อให้เกิดปัญหาเรื่องลม ดินฟ้าอากาศแปรปรวน ก่อให้เกิดลมพายุทำลายล้าง รัฐสภาตกต่ำ ร่างกฎหมายล้มเหลว คณะพรรคเกิดความแตกแยก การต่างประเทศเกิดความยุ่งยาก ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศถูกรบกวนหรือผันแปร เกิดปัญหาเกี่ยวกับสนธิสัญญาหรือสัมพันธไมตรี

แนวคราสพาดผ่านปฐมนวางค์ 6 ปฐมตรียางค์ 6 ส่งผลทำให้ดินฟ้าอากาศแปรปรวน เสวยจิตรานักษัตรฤกษ์ที่ 14 ในอาณาเขตของเทศาตรีแห่งฤกษ์ หรือเวสิโยแห่งฤกษ์ เทศาตรี แปลว่า ข้ามถิ่น หมายถึงฤกษ์พ่อค้าข้ามถิ่น มีพระเสาร์ (7) เป็นพระเคราะห์ผู้รักษาฤกษ์ เป็นฤกษ์ระหว่างถิ่น ให้มีผู้นิยมชมชอบ มีความสนุกสนาน มีคนไปมาหาสู่เข้าๆ ออกๆ มากมายมิได้ขาด ต้องย้ายถิ่นอยู่เสมอ เปิดกิจการนำเที่ยว สัญจรไปในที่ต่างๆ เป็นฤกษ์แตก เพราะบาทฤกษ์จะอยู่ 2 ราศี ราศีละ 2 บาท เรียกว่าพินทุฤกษ์ หรือติณฤกษ์ เหมาะสำหรับการติดต่อค้าขาย

เมื่อเกิดอุปราคาขึ้นในฤกษ์นี้ย่อมส่งผลกระทบกระเทือนเรื่องการค้าขาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งการค้าขายข้ามถิ่น การค้าระหว่างประเทศ ตลอดจนธุรกิจต่างๆ ตามความหมายของเทศาตรีฤกษ์จะถูกกระทบ เกิดการผันแปรทางการค้าและการบริการ อุปราคาเกิดขึ้นในฤกษ์นี้จะเกิดปัญหาความสูญเสียเกิดขึ้น จนมีผลให้กิจการมหรสพหยุดชะงัก วงการบันเทิง ศิลปินมีปัญหา เกิดความเศร้าโศกขึ้นในประเทศ

กิจการที่มีปัญหาหยุดชะงักคือ การมหรสพ การรื่นเริงบันเทิงใจ งานสังคมต่างๆ สโมสรสมาคม ศูนย์การค้า ภัตตาคาร โรงแรม สถานบริการอาบอบนวด ภาพยนตร์ วิดีโอ ร้านเสริมสวย เครื่องสำอาง เกิดการสูญเสียบุคคลสำคัญในวงการดังกล่าว มีการฉกฉวยโอกาสเอารัดเอาเปรียบทางการค้าเกิดขึ้นทั่วไป จนทำให้เกิดปัญหาค่าครองชีพ มีการแตกต่างชนชั้น มีปัญหาระหว่างนายทุนกับกรรมกรและผู้ใช้แรงงาน มีการนัดหยุดงานปรากฏให้เห็นทั่วไป มีคนว่างงานมากขึ้น ธุรกิจและการงานตามความหมายของหมวดฤกษ์ประสบกับการขาดทุน งานบริการ งานรื่นเริงบันเทิงใจที่เคยโดดเด่นกลับทรุดลงอย่างเห็นได้ชัด สุขภาพของประชาชนและโครงการเกี่ยวกับสุขภาพของประชาชนถูกกระทบกระเทือน อบายมุขจะเฟื่องฟู ประชาชนจะลุ่มหลงในอบายมุขตามการโฆษณาชวนเชื่อ ทำให้เกิดปัญหาสังคมเกิดขึ้นตามมามากมาย

อุปราคาครั้งนี้เกิดขึ้นในภพที่ 7 ของดวงเมือง หมายถึง การต่างประเทศ ความสัมพันธ์กับต่างประเทศ ไม่ว่าจะเป็นมิตรหรือเป็นศัตรู การเมืองหรือการค้าระหว่างประเทศ การแต่งงานหรือการสมรสของประชาชน การหย่าร้าง ผู้หญิง กิจการสตรี สินค้าขาเข้า และปัญหาสงคราม เมื่อเกิดอุปราคาขึ้นในภพนี้ จึงทำให้กิจการต่างประเทศมีปัญหา ถูกรบกวน และก่อให้เกิดความยุ่งยาก เกิดความผันแปรเกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ จนทำให้เกิดปัญหาความขัดแย้งอย่างรุนแรงกับกองกำลังฝ่ายตรงข้าม มีคู่แข่งเกิดขึ้น มีภัยจากคู่แข่งหรือผู้เป็นศัตรู เกิดความอับโชคแก่รัฐบาลหรือแก่เกียรติยศของประเทศ การสมรส การแสดงความรักของประชาชนผันแปรเกิดปัญหา มีการหย่าร้างหรือมีคดีหย่าร้างขึ้นศาลกันมากขึ้น สตรีจะมีปัญหาและได้รับความเสียหาย

ส่วนดวงดาวที่เข้ามาสมาคมกับแนวอุปราคานอกจากจันทร์ (2) อาทิตย์ (1) และราหู (8) แล้ว ยังมีดาวเสาร์ (7) และดาวพุธ (4) อีกด้วย ดังนั้น จึงทำให้เกิดปัญหาเรื่องเกษตรกรรม เกษตรกร อุตสาหกรรม กรรมกร ผู้ใช้แรงงาน ปัญหาแรงงานเกิดขึ้นอย่างรุนแรงตามความหมายของดาวเสาร์ (7) ดาวเสาร์ (7) ยังเป็นตัวแทนของภพที่ 10 ซึ่งหมายถึง รัฐบาล ผู้บริหารราชการแผ่นดิน นายกรัฐมนตรี คณะรัฐมนตรี ต้องรับบทหนักอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ส่วนดาวพุธ (4) นั้น เป็นเทพแห่งการสื่อสาร อันหมายถึง สื่อมวลชน คนทำข่าว การโฆษณาประชาสัมพันธ์ลอยตัวอยู่ในราศีเมษ อันเป็นราศีฝั่งตรงข้ามกับดาวเสาร์ (7) ดังนั้น จึงทำให้เกิดปัญหากับรัฐบาลอย่างรุนแรง

ครั้งที่ 2 เกิดจุดจันทร์ดับในวันที่ 29 เมษายน พ.ศ.2557 เวลา 13.01 น. ได้บังเกิดสุริยุปราคาวงแหวนเกิดขึ้นเวลา 13.03 น. ศูนย์กลางคราสอยู่ในราศีเมษ เตโชธาตุ (ธาตุไฟ) ในระยะ 14 องศา 47 ลิปดา รัศมีคราสพาดผ่านปัญจมนวางค์ 1 ทุติยตรียางค์ 1 เสวยภรณีนักษัตรฤกษ์ที่ 2 ในอาณาเขตของมหัทธโนแห่งฤกษ์

แนวคราสวงแหวนพาดผ่านทวีปแอนตาร์กติกา บริเวณที่เห็นสุริยุปราคาบางส่วน ได้แก่ ตอนใต้ของมหาสมุทรอินเดีย ออสเตรเลีย และบางส่วนของอินโดนีเซีย ส่วนประเทศไทยไม่เห็นสุริยุปราคาในครั้งนี้

ตำราโหราศาสตร์ชะตาบ้านเมืองกล่าวเกี่ยวกับชนิดของอุปราคาว่า จันทรุปราคายังให้เกิดผลรุนแรงน้อยกว่าสุริยุปราคา โดยจันทรุปราคายังผลให้มีส่วนเกี่ยวโยงกับเรื่องของสังคม อารมณ์สาธารณะ จิตวิทยาสังคม เรื่องของประชาชนคนหมู่มากเป็นสำคัญ ส่วนสุริยุปราคายังผลเกี่ยวกับผู้ปกครอง การใช้อำนาจปกครอง กษัตริย์หรือรัฐบาล นายกรัฐมนตรี และการเมืองของประเทศ อุปราคาครั้งนี้เป็นสุริยุปราคาจึงให้ผลรุนแรงกว่าจันทรุปราคา

นอกจากนี้แล้วยังกล่าวถึงขอบเขตของความมืดมนว่า การมืดมิดดวงเป็นสรรพคราสย่อมให้ผลรุนแรงกว่าอุปราคาชนิดมืดเป็นบางส่วน อุปราคาครั้งนี้เป็นสุริยุปราคาแบบวงแหวน จึงให้ผลรุนแรงรองลงมาจากการมืดมิดดวงเป็นสรรพคราส

อุปราคาครั้งนี้ได้บังเกิดขึ้นในราศีเมษ ในเวลากลางวันตอนบ่ายโมง แต่ไม่สามารถมองเห็นได้ในประเทศไทย ส่วนท้องถิ่น ภูมิภาค ประเทศที่แนวอุปราคาพาดผ่านและมองเห็นอุปราคาในพื้นที่ใด จะได้รับอิทธิพลจากอุปราคาอย่างรุนแรง

ราศีเมษเป็นราศีรูปแพะ รูปแกะ เป็นราศีเริ่มต้นแห่งจักราศี ราศีเมษเป็นราศีธาตุไฟชั้น 1 ชนิดจรราศี ก่อให้เกิดผลขึ้นอย่างรวดเร็วและผ่านพ้นไปอย่างรวดเร็วเช่นเดียวกัน ยังความก่อกวนให้เกิดปัญหาให้กับกิจการต่างประเทศ และนำความยุ่งยากมาสู่ผู้ปกครองหรือรัฐบาล ตลอดถึงประชาชน พืชผลทางการเกษตร ในบางกรณีจะทำให้เกิดความแปรผันสำคัญทางการเมือง เกิดการเปลี่ยนแปลง กระทบกระเทือนทางการเมืองหรือทางการค้า ตามความหมายของจรราศี

อุปราคาครั้งนี้เกิดขึ้นในราศีเมษซึ่งเป็นราศีธาตุไฟ จึงให้ระมัดระวังเรื่องปัญหาความไม่สงบในบ้านเมือง จะเกิดอัคคีภัยอย่างรุนแรง มีปัญหาความขัดแย้งอันนำมาซึ่งไฟไหม้ครั้งสำคัญ ระวังเรื่องการลอบวางเพลิง มีเรื่องทำให้จิตใจของพวกผู้ชายวุ่นวาย เกิดเหตุการณ์สาธารณะที่ตื่นเต้น เกิดการก่อกวนความสงบ เกิดการมีปากเสียง เกิดเหตุคดีฆาตกรรมสะเทือนขวัญสำคัญ บางครั้งเกิดการปะทะของกองกำลังต่างๆ ที่รุนแรง และอาจเกิดภัยของสงคราม กองทัพเกิดการเคลื่อนไหวคึกคัก เกิดการตายของประชาชนและมีการสูญเสียบุคคลสำคัญในระดับสูง ฝนแล้ง ดินฟ้าอากาศแปรปรวน มีการใช้จ่ายเงินเป็นจำนวนมากเกี่ยวกับเรื่องไฟและน้ำในโครงการต่างๆ และมีการจัดเก็บภาษีอากรเพิ่มขึ้น ประชาชนถูกกระทบกระเทือนในการดำรงชีวิต

สุริยุปราคาวงแหวนครั้งนี้เกิดขึ้นในราศีเมษ ระยะ 14 องศา 47 ลิปดา รัศมีคราสพาดผ่านปัญจมนวางค์ 1 ทุติยตรียางค์ 1 จะสูญเสียผู้ใหญ่อันเป็นบุคคลสำคัญ ผู้มีอำนาจจะถูกจำกัดอำนาจ พืชพันธุ์ธัญญาหารได้รับความเสียหายอย่างหนัก โดยเฉพาะอย่างยิ่งป่าไม้ ต้นไม้ และพืชพันธุ์ธัญญาหาร เกิดโรคระบาด ส่วนใหญ่เนื่องมาจากฝนแล้งและน้ำสกปรก เสวยภรณีนักษัตรฤกษ์ที่ 2 ในอาณาเขตของมหัทธโนแห่งฤกษ์ มหัทธโน แปลว่า คหบดี เศรษฐี ผู้มั่งคั่งด้วยทรัพย์สินเงินทอง มีดาวจันทร์ (2) เป็นพระเคราะห์ผู้รักษาฤกษ์ ฤกษ์นี้เป็นบูรณฤกษ์ เป็นฤกษ์ที่ดี มุ่งให้มีความมั่นคง เข้มแข็ง ถาวร เป็นปึกแผ่นแน่นหนา

มีความพร้อมเพรียง มีความเจริญก้าวหน้าเรื่องทรัพย์สินเงินทอง เหมาะแก่การประกอบกิจการงานของเศรษฐี พ่อค้า คหบดี นายห้าง นายธนาคาร การเงิน การค้า การอุตสาหกรรม ทำมาค้าขึ้น มีผลประโยชน์เพิ่มขึ้น มีเงินทองไหลมาเทมา ตลอดจนการประกอบการงานมงคลได้ทุกอย่าง เช่น การปลูกสร้างอาคารเป็นหลักฐานมั่นคง ขึ้นบ้านใหม่ โกนผมไฟ งานมงคลสมรส รับตำแหน่งหน้าที่ใหม่ เปิดสถาบันการเงิน ธนาคาร ห้างร้านและบริษัท ลาสิกขา ดังนั้น เมื่อเกิดอุปราคาขึ้นในฤกษ์นี้จึงทำให้มีปัญหายุ่งยากเกี่ยวกับกฎหมายทางการเงิน การคลัง เศรษฐกิจมีปัญหา ปัญหาของพวกคนมั่งมี มีการสูญเสียเศรษฐี มหาเศรษฐี คนที่มีฐานะร่ำรวยจะประสบกับปัญหา มีการลักวิ่งชิงปล้นเกี่ยวกับเงินทองกันมากขึ้น มีคดีเกี่ยวกับทรัพย์สินเกิดขึ้นมากมาย

อุปราคาครั้งนี้เกิดขึ้นในราศีเมษ เป็นที่ตั้งของภพที่ 1 (ตนุ) เป็นภพที่ลัคนาดวงเมืองสถิตอยู่ หมายถึง ประเทศชาติและประชาชนพลเมืองโดยส่วนรวมทั้งหมด สภาพทั่วไปของความไพบูลย์รุ่งเรือง ลักษณะรูปร่างและนิสัยใจคอของพลเมือง ภูมิประเทศ สุขภาพอนามัย ขนบธรรมเนียม ประเพณีของชาติ เมื่อเกิดอุปราคาขึ้นในภพนี้ก็จะเกิดความผันแปรไปตามธรรมชาติของราศีที่อุปราคาอุบัติ จะก่อให้เกิดปัญหาความวุ่นวายขึ้นภายในประเทศ ประเทศชาติมีปัญหาสำคัญต้องแก้ไข ผู้ใหญ่ผู้ปกครองจะได้รับความกระทบกระเทือน บุคคลสำคัญของประเทศจะถึงแก่กรรม เกิดความอับโชคแก่สุขภาพและความสำเร็จของประเทศชาติ ประชาชนจะไม่พอใจและก่อความวุ่นวายขึ้น เกษตรกรกรรมกรคนรากหญ้าจะได้รับความเดือดร้อน เกิดการชุมนุมประท้วงเรียกร้องต่อรัฐบาลเกิดขึ้นทั่วไป ผู้หญิงและเด็กจะอับโชค

ครั้งที่ 3 เกิดจุดจันทร์เพ็ญในวันที่ 8 ตุลาคม พ.ศ.2557 เวลา 17.30 น. ได้บังเกิดจันทรุปราคาเต็มดวงขึ้น

เวลา 17.54 น. ศูนย์กลางคราสอยู่ในราศีมีน อาโปธาตุ (ธาตุน้ำ) ในระยะ 21 องศา 19 ลิปดา รัศมีคราสพาดผ่านสัตตมนวางค์ 7 ตติยตรียางค์ 3 เสวยเรวดีนักษัตรฤกษ์ที่ 27 ในอาณาเขตของสมโณแห่งฤกษ์ จันทรุปราคาเต็มดวงครั้งนี้ดำเนินอยู่ในขณะที่ดวงจันทร์ขึ้นและดวงอาทิตย์ตกที่ประเทศไทย

เกี่ยวกับชนิดของอุปราคา ท่านว่า จันทรุปราคายังให้เกิดผลรุนแรงน้อยกว่าสุริยุปราคา โดยจันทรุปราคายังผลให้มีส่วนเกี่ยวโยงกับเรื่องของสังคม อารมณ์สาธารณะ จิตวิทยาสังคม เรื่องของประชาชนคนหมู่มากเป็นสำคัญ ในส่วนที่เกี่ยวกับขอบเขตของความมืดมน ท่านกล่าวว่า การมืดมิดดวงเป็นสรรพคราสย่อมให้ผลรุนแรงกว่าอุปราคาชนิดมืดเป็นบางส่วน

จันทรุปราคาครั้งนี้เป็นจันทรุปราคาเต็มดวง ย่อมสำแดงผลที่รุนแรง
แต่เป็นที่น่าสังเกตว่า อุปราคาเต็มดวงครั้งนี้เกิดขึ้นเวลา 17.54 น. ก่อนที่ดวงอาทิตย์ (1) จะตกดินเล็กน้อย โดยดวงอาทิตย์ (1) ตกดินทางทิศตะวันตก เวลา 18.03 น. และดวงจันทร์ (2) จะขึ้นทางทิศตะวันออกในเวลาที่ไกล้เคียงกัน

อุปราคาครั้งนี้เป็นจันทรุปราคาเต็มดวง ได้บังเกิดขึ้นในราศีมีน ราศีมีนเป็นราศีรูปปลาตะเพียนคู่ เป็นราศีธาตุน้ำชั้นที่ 3 ชนิดทวิภาวะราศี หรือสามัญราศีก็เรียก หรือจะเรียกว่าอุภยราศีก็ได้ จะก่อให้เกิดเรื่องไม่สงบขึ้นในบ้านเมือง ที่ส่งผลยุ่งยากสลับซับซ้อนซึ่งยากแก่การสอบสวน เกิดความยุ่งยากเกี่ยวกับเรื่องของการชุมนุมประท้วงทางการเมือง การชุมนุมของกรรมกรผู้ใช้แรงงาน มีการนัดหยุดงาน เป็นห้วงเวลาที่เกิดคดีอาชญากรรมมากขึ้น เกิดโรคภัยไข้เจ็บในคนและสัตว์ระบาดอย่างหนัก

มีความยุ่งยากในวงการศาสนา วัดวาอาราม การศึกษา สถาบันการศึกษา กฎหมายและการแพทย์ มีผลตามหลังอุปราคาด้วยอุบัติเหตุที่เกิดเพิ่มขึ้น ระวังอุบัติเหตุในการเดินทางทางทะเล ทางพื้นดินและทางอากาศ ดังนั้น การเดินทางไกลๆ จึงควรระมัดระวังอย่างยิ่ง อุปราคาเกิดขึ้นในราศีมีนซึ่งเป็นอาโปธาตุ (ธาตุน้ำ) มีปัญหาเรื่องน่านน้ำอาณาเขต ชนชั้นรากหญ้า เกษตรกรชนชั้นกรรมาชีพจะเดือดร้อน เกิดความไม่พอใจ มีปัญหาเกี่ยวกับคนหมู่มากที่ต้องสะสาง อาชญากรรมลึกลับเกิดขึ้นและยุ่งยากแก่การสืบสวน ก่อให้เกิดฝนตกมากจนเกินไป ก่อให้เกิดปัญหาวาตภัยและอุทกภัยที่รุนแรง

ประชาชนหวาดผวาไปตามๆ กัน เกิดพายุหมุนและฝนฟ้าคะนองอย่างรุนแรง บางพื้นที่เกิดฝนตกหนัก น้ำท่วมสร้างความเสียหายให้กับประชาชนจำนวนมาก มีการตายจากการจมน้ำ เกิดอุบัติภัยในแม่น้ำทะเลมหาสมุทร รัฐบาลประสบปัญหาอย่างรุนแรงเรื่องการแก้ปัญหาเกี่ยวกับน้ำ เกิดความยุ่งยากในงานอาชีพเกี่ยวกับน้ำหรือของเหลว ทั้งน้ำที่ใช้ในการอุปโภคบริโภค และน้ำที่ใช้ในการเกษตรกรรมและอุตสาหกรรมมีปัญหา โรคภัยไข้เจ็บยังระบาดอย่างหนัก ทำให้คนตายเพิ่มขึ้นจากโรคภัยที่มาจากน้ำและของเหลว การค้าและเกษตรกรรมเสียหาย บุคคลสำคัญถึงแก่กรรม

ครั้งที่ 4 เกิดจุดจันทร์ดับในวันที่ 24 ตุลาคม พ.ศ.2557 เวลา 04.48 น. ได้บังเกิดสุริยุปราคาวงแหวนขึ้น

ในเวลาดังกล่าว ศูนย์กลางคราสอยู่ในราศีตุล ระยะ 6 องศา 20 ลิปดา รัศมีคราสพาดผ่านทุติยนวางค์ 3 ปฐมตรียางค์ 6 เสวยจิตรานักษัตรฤกษ์ที่ 14 ในอาณาเขตของเทศาตรีแห่งฤกษ์ มองเห็นได้เกือบทั้งหมดของทวีปอเมริกาเหนือและด้านตะวันออกเฉียงเหนือของรัสเซีย มองไม่เห็นในประเทศไทย

อุปราคาครั้งนี้เป็นสุริยุปราคาจึงให้ผลรุนแรงกว่าจันทรุปราคา โดยจันทรุปราคายังผลให้มีส่วนเกี่ยวโยงกับเรื่องของสังคม อารมณ์สาธารณะ จิตวิทยาสังคม เรื่องของประชาชนคนหมู่มากเป็นสำคัญ ส่วนสุริยุปราคายังผลเกี่ยวกับผู้ปกครองการใช้อำนาจปกครอง กษัตริย์หรือรัฐบาล นายกรัฐมนตรี และการเมืองของประเทศ

นอกจากนี้แล้วยังกล่าวถึงขอบเขตของความมืดมนว่า การมืดมิดดวงเป็นสรรพคราสย่อมให้ผลรุนแรงกว่าอุปราคาชนิดมืดเป็นบางส่วน อุปราคาครั้งนี้เป็นสุริยุปราคาแบบวงแหวน จึงให้ผลรุนแรงรองลงมาจากการมืดมิดดวงเป็นสรรพคราส

สุริยุปราคาครั้งนี้ได้บังเกิดขึ้นในราศีตุล เวลา 04.48 น. เป็นเวลากลางคืน จึงไม่สามารถมองเห็นได้ในประเทศไทย ส่วนท้องถิ่น ภูมิภาค ประเทศที่แนวอุปราคาพาดผ่านและมองเห็นอุปราคาในพื้นที่ใดจะได้รับอิทธิพลจากอุปราคาอย่างรุนแรง อุปราคาบังเกิดขึ้นในราศีตุล ราศีตุลปกครองพม่า ไทย อินเดีย ที่อยู่ใกล้จีน จีนเหนือ ทิเบต ญี่ปุ่น เป็นต้น

พื้นที่เหล่านี้ย่อมได้รับอิทธิพลจากอุปราคาเช่นกัน การพิจารณาอุปราคาครั้งนี้มีท่วงทำนองการที่คล้ายคลึงกับอุปราคาในครั้งที่ 1 แต่จะแตกต่างกันเรื่องชนิดของอุปราคาและตำแหน่งพื้นที่ที่เกิด อุปราคาครั้งนี้เป็นสุริยุปราคาวงแหวน ซึ่งแตกต่างจากครั้งที่ 1 ที่เป็นจันทรุปราคาเต็มดวง

อุปราคาครั้งนี้เป็นสุริยุปราคาวงแหวนจึงยังผลเกี่ยวกับผู้ปกครอง การใช้อำนาจปกครอง กษัตริย์หรือรัฐบาล นายกรัฐมนตรี และการเมืองของประเทศ ได้บังเกิดขึ้นในราศีตุล ในเวลากลางคืน ตอนหัวรุ่ง จึงไม่สามารถมองเห็นได้ในประเทศไทย ราศีตุลเป็นราศีคนถือคันชั่ง หมายถึง ความยุติธรรม กระบวนการยุติธรรม จึงทำให้วงการยุติธรรม วงการกฎหมาย เกิดปัญหาและมีอุปสรรค มีการเรียกร้องขอความเป็นธรรม ราศีตุลเป็นราศีธาตุลมชั้น 1 ชนิดจรราศี ก่อให้เกิดผลขึ้นอย่างรวดเร็วและผ่านพ้นไปอย่างรวดเร็วเช่นเดียวกัน ยังความก่อกวนให้เกิดปัญหาให้กับกิจการต่างประเทศ และนำความยุ่งยากมาสู่ผู้ปกครองหรือรัฐบาล ตลอดถึงประชาชน พืชผลทางการเกษตร ในบางกรณีจะทำให้เกิดความแปรผันสำคัญทางการเมือง มีการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองหรือทางการค้าได้

อุปราคาครั้งนี้เกิดขึ้นในราศีตุลซึ่งเป็นราศีต้นธาตุลม จึงก่อให้เกิดปัญหาเรื่องลม ดินฟ้าอากาศแปรปรวน ก่อให้เกิดลมพายุทำลายล้าง ลมพัดพาหอบน้ำมา ทำให้เกิดวาตภัยและอุทกภัยอย่างรุนแรง การเดินทางทางอากาศเกิดปัญหาและอุปสรรค รัฐสภาตกต่ำ ร่างกฎหมายล้มเหลว คณะพรรคเกิดความแตกแยก การต่างประเทศเกิดความยุ่งยาก ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศถูกรบกวนหรือผันแปร เกิดปัญหาเกี่ยวกับสนธิสัญญาหรือสัมพันธไมตรี. ที่มา ไทยโพสต์

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

เรื่องล่าสุด

ในวันที่ฟ้าฉ่ำฝน ยามตะวันจุมพิตลาผืนฟ้า เมื่อรัตติกาลส่งความมืดมิดมาครอบครองท้องนภา ดาราก็พริบพราวแสงสุกใส... คนจร...พาลสงสัย... นภาเจ้าจะยังคิดถึงดวงสุริยาอยู่บ้างไหม หรือเริงไหวอยู่ในแสงดาว... อย่างนั้น

เชียงดาว...หนาวน้อย...ค่อยๆ หนาว
รอน นอนแล้วก็เมา เมาแล้วก็นอน Vitamin Sea ดีต่อร่างกายนะครับ สวัสดีเกาะแสมสาร

RSS เรื่องนี้ต้องแชร์!!

%d bloggers like this: