‘ราหูก่อคราส” อุปราคา เห็นไม่เห็นก็..น่าห่วง?

ใส่ความเห็น

มกราคม 7, 2014 โดย Metro Square

ทั้งนี้ ในทางโหราศาสตร์ การเกิด “อุปราคา” หรือการเกิด “คราส” นั้น เกิดจากดาว “ราหู” หรือพระราหู ซึ่ง อ.ภิญโญ ระบุไว้ว่า…ตามหลักโหรไทย ราหูเป็นเจ้าเรือนลาภะในชะตาบุคคล หมายถึง รายได้ ลาภ ผลประโยชน์

“การเกิดของอุปราคาแต่ละครั้ง จะมีผลต่อคนไทยทั้งสิ้น ไม่ว่าจะมองเห็นในประเทศไทยหรือไม่ก็ตาม”…นี่เป็นการระบุของโหร อ.ภิญโญ พงศ์เจริญ นายกสมาคมโหราศาสตร์นานาชาติ กับปรากฏการณ์ดวงดาวในเชิงโหราศาสตร์ ในส่วนของ “สุริยคราส-สุริยุปราคา” “จันทรคราส-จันทรุปราคา”

ที่มีคำเรียกรวม ๆ ว่า “อุปราคา”

ที่ “ปี 2557” จะเกิดขึ้น “4 ครั้ง”

ทั้งนี้ ในทางโหราศาสตร์ การเกิด “อุปราคา” หรือการเกิด “คราส” นั้น เกิดจากดาว “ราหู” หรือพระราหู ซึ่ง อ.ภิญโญ ระบุไว้ว่า…ตามหลักโหรไทย ราหูเป็นเจ้าเรือนลาภะในชะตาบุคคล หมายถึง รายได้ ลาภ ผลประโยชน์ ความสำเร็จ อย่างไรก็ตาม ในโหราศาสตร์ชะตาบ้านเมือง ราหูเป็นเจ้าเรือนที่ 11 หมายถึง รัฐสภา สภาผู้แทนราษฎร สภาทางการเมือง สภาท้องถิ่น การนิติบัญญัติ นโยบายและความมุ่งหมายของชาติ รวมถึงสัมพันธไมตรีกับประเทศต่าง ๆ การเก็บภาษีอากร ลาภผลของประเทศ และก็ยังมีจุดที่สำคัญ… 

“ราหู” นั้นถือว่าเป็นเทวดา “พระเคราะห์” องค์หนึ่ง มีอาภรณ์และพาหนะสีดำคล้ำดำหมอง “สามารถบดบังดวงอาทิตย์และดวงจันทร์ได้” และราหูนั้นเป็นเทพเคราะห์ธาตุลมพายุ ที่พัดเอา “แตกหัก” “ทำลาย” มีผลประหนึ่งการทำให้เกิดพายุหมุนที่ “รุนแรง” “โครมคราม” แตกหักเสียหาย!!!!

กับการที่ราหูทำให้เกิดอุปราคาหรือเกิดคราสนั้น ในทางโหราศาสตร์ถือว่าส่งอิทธิพลในทางที่ทำให้เกิดปัญหา โดยนายกสมาคมโหราศาสตร์นานาชาติระบุถึงเรื่อง “อิทธิพลจากอุปราคา” ไว้ว่า…อิทธิพลของอุปราคาทางโหราศาสตร์ จะให้ผลรุนแรงตามลำดับดังนี้คือ…1. ชนิด ของอุปราคา สุริยุปราคาย่อมให้ผลรุนแรงกว่าจันทรุปราคา 2. ขอบเขตของความมืดมน การมืดมิดดวงเป็นสรรพคราสย่อมให้ผลรุนแรงกว่าอุปราคาชนิดมืดเป็นบางส่วน 3. ท้องถิ่น ภูมิภาค ประเทศ ที่แนวอุปราคา พาดผ่าน และการมองเห็นอุปราคา 4. ท้องถิ่น ภูมิภาค ประเทศ ที่ถูกปกครองโดยราศีที่อุปราคาอุบัติ 5. ภพที่ได้รับผลจากอุปราคา 6. ดวง ดาวที่เข้ามาสมาคมกับแนวอุปราคา 7. อุปราคาสัมพันธ์กับจุดตั้งรับในดวงชะตาเมือง 8. อุปราคาสัมพันธ์กับจุดตั้งรับในดวงชะตาบุคคล

สำหรับในปีนี้ ปี พ.ศ. 2557 จะมีการเกิด “อุปราคา” จำนวน 4 ครั้ง โดยในจำนวน 4 ครั้งนี้จะเป็น สุริยคราส-สุริยุปราคา 2 ครั้ง และจันทรคราส-จันทรุปราคา 2 ครั้ง ซึ่งในทางโหราศาสตร์ อ.ภิญโญ ระบุว่า…ปรากฏการณ์บนท้องฟ้าในรูปแบบอุปราคา หรือ “พระเคราะห์บังกัน” ทั้ง 4 ครั้งในปีใหม่นี้ มีดังนี้คือ…

ครั้งที่ 1 เกิดจุดจันทร์เพ็ญ ในวันที่ 15 เม.ย. 2557 เวลา 14.20 น. จะ บังเกิด “จันทรุปราคาเต็มดวง” เวลา 14.45 น. ศูนย์กลางคราสอยู่ในราศีตุล วาโยธาตุ (ธาตุลม) ในระยะ 2 องศา 59 ลิปดา รัศมีคราสพาดผ่านปฐมนวางศ์ 6 ปฐมตรียางศ์ 6 เสวยจิตรานักษัตรฤกษ์ที่ 14 ในอาณาเขตของเทศาตรีแห่งฤกษ์

ครั้งที่ 2 เกิดจุดจันทร์ดับ ในวันที่ 29 เม.ย. 2557 เวลา 13.01 น. บังเกิด “สุริยุปราคาวงแหวน” ขึ้น เวลา 13.03 น. ศูนย์กลางคราสอยู่ในราศีเมษ เตโชธาตุ (ธาตุไฟ) ในระยะ 14 องศา 47 ลิปดา รัศมีคราสพาดผ่านปัญจมนวางศ์ 1 ทุติยตรียางศ์ 1 เสวยภรณีนักษัตรฤกษ์ที่ 2 ในอาณาเขตของมหัทธโนแห่งฤกษ์

ครั้งที่ 3 เกิดจุดจันทร์เพ็ญ ในวันที่ 8 ต.ค. 2557 เวลา 17.30 น. บังเกิด “จันทรุปราคาเต็มดวง” ขึ้นอีกครั้ง เวลา 17.54 น. ศูนย์กลางคราสอยู่ในราศีมีน อาโปธาตุ (ธาตุน้ำ) ระยะ 21 องศา 19 ลิปดา รัศมีคราสพาดผ่านสัตตมนวางศ์ 7 ตติยตรียางศ์ 3 เสวยเรวดีนักษัตรฤกษ์ที่ 27 ในอาณาเขตของสมโณแห่งฤกษ์

ครั้งที่ 4 เกิดจุดจันทร์ดับ ในวันที่ 24 ต.ค. 2557 เวลา 04.48 น. และจะ บังเกิด “สุริยุปราคาวงแหวน” ขึ้นอีกครั้งเป็นครั้งที่ 2 ของปี 2557 ศูนย์กลางคราสอยู่ในราศีตุล ระยะ 6 องศา 20 ลิปดา รัศมีคราสพาดผ่านทุติยนวางศ์ 3 ปฐมตรียางศ์ 6 เสวยจิตรานักษัตรฤกษ์ที่ 14 ในอาณาเขตของเทศาตรีแห่งฤกษ์ 

ทั้งนี้ อุปราคา “จันทรคราส-จันทรุปราคา” และ “สุริยคราส-สุริยุปราคา” ที่จะมีการเกิดขึ้น 4 ครั้งในปี พ.ศ. 2557 จากข้อมูลใน
ทางโหรก็ได้ระบุว่า…ส่วนใหญ่แล้วก็จะไม่สามารถมองเห็นได้ในประเทศไทย

อย่างไรก็ตาม กับเรื่อง “อิทธิพลของอุปราคาต่อไทย” ก็อย่างที่นายกสมาคมโหราศาสตร์นานาชาติระบุไว้ คือ…”การเกิดของอุปราคาแต่ละครั้ง จะมีผลต่อคนไทยทั้งสิ้น ไม่ว่าจะมองเห็นในประเทศไทยหรือไม่ก็ตาม”…ซึ่งจะด้านใด จะอะไร จะแบบไหน จะอย่างไร นั่นก็ขึ้นอยู่กับชนิดและรูปแบบของอุปราคา ราศีที่เป็นศูนย์กลางคราสธาตุ รัศมีที่คราสพาดผ่าน นักษัตรฤกษ์ อาณาเขตแห่งฤกษ์ ภพของดวงเมือง ตลอดจนดวงดาวอื่น ๆ ที่เข้ามาสมาคมกับแนวอุปราคา โดยทาง อ.ภิญโญ ก็ได้มีการวิเคราะห์ “อิทธิพลของอุปราคา” ในปี 2557 นี้ไว้แล้วทั้ง 4 ครั้ง ซึ่งเมื่อเพ่งมอง “สถานการณ์บ้านเมืองไทยในยามนี้” ก็น่าจะถือว่า “น่าคิด??”

“อิทธิพลอุปราคา” ทางโหรคือ “ทำให้มีปัญหา”

น่าจะถือว่า “น่าคิด??” จึงหมายถึง “น่าห่วง??”

อะไร-แบบไหน-อย่างไร??? ต้องต่ออีกตอน…

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

Enter your email address to follow this blog and receive notifications of new posts by email.

Join 11 other followers

เรื่องล่าสุด

ในวันที่ฟ้าฉ่ำฝน ยามตะวันจุมพิตลาผืนฟ้า เมื่อรัตติกาลส่งความมืดมิดมาครอบครองท้องนภา ดาราก็พริบพราวแสงสุกใส... คนจร...พาลสงสัย... นภาเจ้าจะยังคิดถึงดวงสุริยาอยู่บ้างไหม หรือเริงไหวอยู่ในแสงดาว... อย่างนั้น

เชียงดาว...หนาวน้อย...ค่อยๆ หนาว
รอน นอนแล้วก็เมา เมาแล้วก็นอน Vitamin Sea ดีต่อร่างกายนะครับ สวัสดีเกาะแสมสาร

RSS เรื่องนี้ต้องแชร์!!

%d bloggers like this: