ฟองสนาน จามรจันทร์ จากนักข่าวมาเป็นโหร เรื่องเล่าทำนายถูก ‘ดวงการเมือง’

ใส่ความเห็น

พฤศจิกายน 16, 2016 โดย Metro Square

ฟองสนาน จามรจันทร์” คืออดีตผู้สื่อข่าว-คนทำสื่อสายการเมือง ที่มีชื่อเสียงโด่งดังในวงการข่าวและสื่อสารมวลชนมาตลอดหลายสิบปี โดยเฉพาะคนรู้จักกันดีในฐานะนักจัดรายการวิทยุสรุปข่าวสำคัญๆ ตอนเช้าที่กระจายเสียงไปทั่วประเทศ ซึ่งจัดกันทุกวันด้วยสไตล์การจัดรายการที่ไม่เหมือนใคร ถือได้ว่าเป็นรุ่นแรกๆ ที่นำข่าวหนังสือพิมพ์ฉบับต่างๆ มาสรุปและเล่าข่าวให้คนได้ฟังกันทั่วประเทศ สำหรับชีวิตวันนี้ “พี่ฟองสนาน” ของน้องๆ นักข่าวโด่งดังเป็นที่รู้จักของคนมากขึ้น ในฐานะคนดูดวง-ดูดวงเมืองดวงประเทศ ที่เจ้าตัวเล่าด้วยความภาคภูมิใจว่าดูแม่นตรงกับความจริงพอสมควร แต่ยังไม่อยากเรียกตัวเองว่าโหร เพราะอาจารย์โหรบอกกันไว้ว่า ใครศึกษาโหรมายังไม่ถึง 30 ปีอย่าเรียกตัวเองว่าโหรอาชีพ แต่ก็มีคนมาขอให้ดูมากมาย แต่ไม่ใช่ว่าจะดูให้ทุกคน เพราะเลือกดูพอสมควร

ฟองสนาน จามรจันทร์

ฟองสนาน จามรจันทร์

ชีวิตหลังลาออกจากราชการที่กรมประชาสัมพันธ์ ก็ไปทำสวนที่ศรีประจันต์ สุพรรณบุรี ไปปลูกต้นไม้ ตอนนี้สูงท่วมหัว เช่น ตะเคียนทอง, ต้นสัก มาเขียนหนังสือแล้วแต่เขาจ้างให้เขียน ไม่ได้ทำเป็นมืออาชีพเพราะขี้รำคาญ ทนคนไม่ค่อยได้ เพราะบางคนมาขอให้ทายแล้วจะให้เป็นแบบวิทยาศาสตร์เลยคือ 1+1 ต้องได้ 2 แต่คำทำนายมันพลิกได้หลายมุม อย่างเช่นเคยคิดว่ายิ่งลักษณ์จะไปนานแล้ว วันที่พระอาทิตย์กับพระราหูสมาสัปต์ (ควั่นเกลียว) แต่กลายเป็นว่ายิ่งลักษณ์ถูกล็อกเพราะนายกฯ จีนเดินทางมาไทยเข้าทำเนียบรัฐบาลช่วง กปท. ชุมนุมหน้าทำเนียบรัฐบาล ราหูคือจีน ไม่น่าเชื่อ แต่บางคนมาขอดูแล้วต้องให้ตรงหมด เราก็บอกว่านี่ไม่ใช่ห้องทดลองวิทยาศาสตร์ เป็นคำทำนายที่มันออกได้หลายหน้า

อย่างสมัยก่อนไปอยู่หนองบัวลำภู ก็ไปบอกลูกน้องว่าให้ซื้อหวยตามหัวหน้า งวดนี้หัวหน้าถูกแน่ๆ ลูกน้องก็ซื้อตามทั้งสถานี แต่ปรากฏว่าได้ดีกว่าถูกหวย คือได้รับพระราชทานเครื่องราชฯ ที่พระราชทานมานานแล้วแต่เรื่องไปค้างอยู่ที่กรมฯ แต่ส่งมาที่จังหวัดช่วงนั้นพอดีแทน ลูกน้องเสียเงินหมดเลย มันออกได้หลายหน้า ตอนแรกเรานึกว่าเป็นเรื่องลอตเตอรี่ เรื่องแบบนี้พวกชอบฟันธงหน้าหงายกันเยอะ

ฟองสนาน” บอกว่า การดูดวงที่ผ่านมาคิดค่าดูแค่สลึงเดียว จะดูให้แต่คนที่เรารัก ไม่ใช่ว่าคนรวยมาให้ดูแล้วต้องดูให้ทุกคน เพราะคนรวยยิ่งคบยาก เขาคิดว่าเงินซื้อได้หมดทุกอย่าง เราทำงานเอากล่องมากกว่าเอาเงิน จะยกเว้นกรณีรู้จักมาก่อน เดือดร้อนมารายไหนรายนั้นก็ดูให้หมด แต่ไม่ได้ดูให้หมดทุกคน มีคนแนะนำให้เปิดสำนักดูดวง แต่เราความเป็นส่วนตัวสูง มีคนบอกว่าทำแล้วจะรวย แต่เราดูแล้วถ้าทำคงทะเลาะกับลูกค้า หากลูกค้าบอกอยากไปสะเดาะเคราะห์แล้วเราสวนไป จะไม่ทะเลาะกันหรือ

ถามว่า มีนักการเมืองมาขอให้ดูดวงให้เป็นพิเศษไหม? “ฟองสนาน” บอกเลยว่า จะไม่เอาความลับลูกค้ามาเปิดเผย เป็นจรรยาบรรณขั้นสูง เรื่องนี้บอกไม่ได้ แต่บางคนเราสนใจ เราก็อยากดูให้เองเลย

การศึกษาอยู่ที่ความพยายาม ไม่มีครู ดูจากตำราแล้วก็ได้ขึ้นมาเอง ก็ศึกษาไปเรื่อยๆ ทุกอย่างอยู่ที่ความพยายาม แล้วคิดว่าคนที่จะทำงานด้านนี้ดาวพฤหัสฯ ต้องเด่นพอสมควร เพราะพฤหัสฯ เป็นดาวครู แต่ก่อนไม่เคยสนใจเลยเรื่องนี้ มาสนใจช่วงบั้นปลายชีวิต ช่วงที่สนใจก็ตอนไปรับจ๊อบทำรายการให้ยูบีซี แล้วจัดรายการมีอยู่วันหนึ่งช่วงปลายปี ก็เชิญพวกโหรมาออกรายการ เขาก็พูดกันไป เราเป็นพิธีกรก็ไม่ค่อยเข้าใจ จนหมอลักษณ์ เรขานิเทศ บอกว่าให้เราไปซื้อหนังสือที่เวิ้งนาครเขษมมาก่อน เป็นหนังสือของเกษมบรรณกิจ แล้วจะรู้เรื่อง ต่อมาสามีก็ไปซื้อหนังสือมาให้อ่านอีกหลายเล่ม รวมแล้วเงินที่ซื้อตำราพวกนี้เกือบสามหมื่นบาท ตอนนี้ยังไม่ได้ทุนคืนเลย (หัวเราะ) แล้วก็ได้ตำราดีๆ มาอีกมากมายจากผู้หลักผู้ใหญ่ที่ให้ความเคารพนับถือ ตำราหลายเล่มเขียนตั้งแต่เรายังไม่เกิด รวมเวลาที่ใช้ในการศึกษาเรื่องโหราศาสตร์มาก็ประมาณ 13-15 ปี

ก่อนหน้านี้ โหรแฉล้ม เลี่ยมเพ็ชรรัตน์ (โหรชื่อดังในอดีต) เคยบอกว่าใครที่เรียนโหราศาสตร์มายังไม่ถึง 30 ปี อย่านึกว่าตัวเองเป็นโหรอาชีพ เป็นแค่โหรสมัครเล่น เพราะว่าต้องดูดวงตัวเอง ดวงตัวเองเป็นครู ดูดาวเคลื่อนจะได้เป็นบทเรียน แล้วดาวที่เคลื่อนช้าที่สุดเคลื่อนครบ 30 ปีคือพระเสาร์ ถ้าดูแค่ 15 ปีก็แค่ครึ่งรอบของดาวเสาร์ยังไม่สามารถเป็นโหรอาชีพได้

พอขอให้เล่าเรื่องสนุกๆ ที่เคยได้ดูดวงมา “อดีตนักข่าวชื่อดัง ที่วันนี้ผันตัวเองมาเป็นโหร” เล่าให้ฟังว่า ก่อนหน้านี้เมื่อหลายปีที่แล้ว เคยดูบอกว่ามันน่าจะยุคใหม่ของประเทศ แล้วไปออกรายการของอาจารย์เจิมศักดิ์ ปิ่นทอง ที่สมัยก่อนจัดที่เอเอสทีวี ไปออกรายการกับโหรหลายคน เราก็บอกในรายการว่าประเทศไทยจะได้นายกรัฐมนตรีที่เป็นผู้หญิง พอพูดไปโหรผู้ชายบางคนยังด่าพี่กลางอากาศ พูดทำนองว่าเรียนมาไม่กี่วัน มาทำนายทายทักอะไรแบบนี้ อาจารย์เจิมศักดิ์ก็บอกว่าบอกได้ไหม เราก็บอกว่าตัวอักษรนำหน้า “ส” ที่ก็ผิด คือมันต้องบอกได้แค่หลักกว้างๆ แต่อย่าไปบอกรายละเอียด เพราะเราไม่มีดวงของผู้หญิงทุกคนในประเทศไทยอยู่ในมือ สุดท้ายก็กลายเป็น “ย” (ยิ่งลักษณ์) เพราะก่อนหน้านั้นผู้หญิงชื่อ “ส” ดวงเขาก็เด่น

เรื่องที่สอง ตอนช่วงพันธมิตรฯ ชุมนุมในสมัยรัฐบาลสมชาย วงศ์สวัสดิ์ แล้วสมชายกลับจากต่างประเทศ ลงเครื่องบินไม่ได้ที่สุวรรณภูมิ-ดอนเมือง ก็ต้องไปลงที่เชียงใหม่ ก็มีผู้บริหารสื่อสำนักหนึ่งโทร.มาหา ถามว่าทำไมบ้านเมืองเป็นแบบนี้ เราก็บอกว่าไม่รู้นะ แต่รู้แค่ว่าช่วง 4 ถึง 17 ธ.ค.51 อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ จะเป็นนายกฯ ผู้บริหารสื่อคนนั้นก็บอกว่ามันเป็นไปไม่ได้ เอาอะไรมาพูด พอวันที่ 4 ธ.ค. สุเทพ เทือกสุบรรณ เปิดแถลงข่าวที่โรงแรมสุโขทัย เรื่องการตั้งรัฐบาลหลังมีการเปลี่ยนขั้วพรรคการเมืองกัน แต่เราบอกถ้าเลย 17 ธ.ค.อาจจะไม่ได้เป็น ต่อมาโหวต 15 ธ.ค.เลือกอภิสิทธิ์ชนะมา 20 เสียง คือถ้าเพื่อไทยตอนนั้นมีเวลาอีก 3 วัน ดึงเสียงกลับไปได้ อภิสิทธิ์ก็ไม่ได้เป็นนายกฯ

อีกเรื่องก็ตอนที่เคยเขียนลงไทยโพสต์ บอกว่าทักษิณจะอยู่ในตำแหน่งไม่เกินปี 49 มีคนมาพนันกับพี่สามคน คนละหมื่น คนหนึ่งบอกว่าเกินอยู่สี่ปี คนที่สองบอกว่าอยู่แปดปี คนที่สามบอกว่าอยู่ 12 ปี แต่เราก็ยืนยันว่าไม่เกิน 49 พอยุบสภาฯ ก็ได้สามหมื่น มั่นใจมากเพราะตอนนั้นเห็นแล้วพระเสาร์โผล่มาที่ดวงเขา แต่ไม่มีใครเชื่อเพราะตอนนั้นทักษิณเข้มแข็งมาก แล้วต่อมาก็โดนรัฐประหารก็เป็นไปตามนั้น เพราะดวงชะตาเข้าเกณฑ์ร้าย ก็เหมือนยิ่งลักษณ์ที่พระเสาร์โผล่ใส่พระศุกร์ตั้งแต่ 7 กันยายน 55 ตอนนั้นมีแต่คนบอกจะอยู่เกินสี่ปี แล้วเห็นไหมเป็นอย่างไร

ที่มา ไทยโพสต์

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

เรื่องล่าสุด

ในวันที่ฟ้าฉ่ำฝน ยามตะวันจุมพิตลาผืนฟ้า เมื่อรัตติกาลส่งความมืดมิดมาครอบครองท้องนภา ดาราก็พริบพราวแสงสุกใส... คนจร...พาลสงสัย... นภาเจ้าจะยังคิดถึงดวงสุริยาอยู่บ้างไหม หรือเริงไหวอยู่ในแสงดาว... อย่างนั้น

เชียงดาว...หนาวน้อย...ค่อยๆ หนาว
รอน นอนแล้วก็เมา เมาแล้วก็นอน Vitamin Sea ดีต่อร่างกายนะครับ สวัสดีเกาะแสมสาร

RSS เรื่องนี้ต้องแชร์!!

%d bloggers like this: