ผ่าดวงเมือง 2560 โดย ฟองสนาน จามรจันทร์

ใส่ความเห็น

มกราคม 6, 2017 โดย Metro Square

เข้าสู่ปี พ.ศ.ใหม่ 2560 ดวงชะตาบ้านเมืองหลังจากนี้จะเป็นอย่างไร “ฟองสนาน จามรจันทร์ นักโหราศาสตร์ชื่อดัง” กางตำราโหราศาสตร์-ดวงเมืองประเทศไทย ทำนายทายทักและวิเคราะห์ให้เห็นทิศทาง

โดย “ฟองสนาน” ปูพื้นให้เข้าใจก่อนว่า ดวงเมือง สามารถบอกสิ่งที่จะเกิดขึ้นกับบ้านเมืองได้ทุกเรื่อง บอกได้ทุกความเป็นไป ตอนนี้คนก็สนใจเรื่องเศรษฐกิจ เรื่องการเปลี่ยนผ่าน เปลี่ยนแปลงในบ้านเมือง ก็จะมีรหัสบอกในดวงเมืองที่บอกล่วงหน้า ซึ่งตอนนี้อยู่ในช่วงมฤตยูทับลัคน์ แต่ก่อนจะไปดูดวงเมืองปีนี้ เราต้องมาดูดวงเมืองภายใต้เงาของดาวมฤตยู ดาวมฤตยูเข้ามาตั้งแต่ 6 มีนาคม 2559 จะอยู่ไปถึง ก.ค.ปี 2565 เป็นเวลา 7 ปี ใช้ทำนายกรอบใหญ่ๆ ของดวงเมือง เหมือนที่โหรแฉล้ม เลี่ยมเพชรรัตน์ โหรชื่อดังเคยบอกประเทศชั่ว 7 ที ดี 7 หน มฤตยูจึงนำมาใช้ทำนายความเป็นไปของดวงเมืองในรอบ 7 ปี ตั้งแต่มีนาคม 2559 จนถึง ก.ค.ปี 2565

ดวงเมือง 2560

ดวงเมือง 2560

โหรฟองสนาน” บอกต่อไปว่า ประเด็นคือ ดวงเมืองที่อยู่ภายใต้เงาดาวมฤตยูดังกล่าว จะส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงใหญ่ที่เป็นรากฐานของเมือง และโลกจะเปลี่ยนมากๆ ตามอาการของดาวมฤตยู จะเกิดเรื่องลึกลับ แปลกประหลาด คาดไม่ถึง

..มฤตยู เป็นนักก่อการ เป็นนักปฏิวัติ เป็นเจ้าของภัยอาเพศ เป็นเจ้าของการเปลี่ยนแปลงที่เหนือกว่าปฏิรูป เขาอยู่ที่ไหนเขาจะอยู่ 7 ปี การเปลี่ยนแปลงใดๆ ในเมืองต้องเป็นระดับปฏิวัติคือเปลี่ยนของเก่าเป็นของใหม่ มฤตยูไม่ชอบอะไรเก่าๆ ตกสมัย เห็นได้จากเช่น ดาวมฤตยูเข้าราศีเมษ ที่เป็นดวงเมือง โดยมฤตยูเข้ามาช่วง มี.ค.2559 และอยู่ไปถึงปี 2565 เรื่องใหญ่ๆ ช็อกโลก

…เช่นผลการออกเสียง Brexit ที่คนอังกฤษลงมติเห็นด้วยให้ออกจากสหภาพยุโรป จนเดวิด คาเมรอน อดีตนายกรัฐมนตรีของอังกฤษขนของออกจากที่ทำงานแทบไม่ทัน ต้องลาออกไป หรือผลลงประชามติร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ที่สองพรรคใหญ่ เพื่อไทย กับประชาธิปัตย์ ไม่รับร่าง รธน. แต่ล็อกถล่ม ผ่านประชามติทั้งร่าง รธน.และคำถามพ่วง ตกเก้าอี้เลย กรณีคำถามพ่วง ผ่านประชามติ ดาวมฤตยูไม่ได้ทับลัคนาเฉยๆ แต่ทับการเมืองด้วย การเมืองคือพระอาทิตย์ มาทับไปจนถึงปี 2565 การเมืองจะเปลี่ยนหมด นักการเมืองหากเปลี่ยนไม่ทันจะโดนทิ้งไว้ข้างหลัง ดูได้จากผลประชามติ หรือเรื่องประธานองคมนตรี (พลเอกเปรม ติณสูลานนท์) ซึ่งใครจะคาดคิดว่าจะมีประธานองคมนตรีสองแผ่นดิน

ฟองสนาน” ย้ำว่า อาการแบบนี้จะดำเนินไปจนถึงปี 2565 เรื่องที่คนคาดไม่ถึงจะมีไปถึงปี 2565 ทั้งเรื่องตัวบุคคล การเมือง นักการเมืองและประเทศ ต้องเปลี่ยนไปสู่ความใหม่หมดเลย จะเปลี่ยนพื้นฐานประเทศเราไปหมด เปลี่ยนการเมือง เปลี่ยนทุกอย่างไปหมด

สำหรับภาพรวมดวงเมืองในปีนี้ พบว่าภายใต้เงื้อมเงามฤตยูตามที่บอกไว้ ในรอบ 7 ปี ต้องขอบอกอย่างหนึ่งว่ามฤตยูไม่ได้มีแต่ด้านร้าย คนไทยอาจจะใจเสียหลังการสูญเสียในหลวงรัชกาลที่ 9 เพราะมฤตยูอยู่ที่นี่อยู่ถึง 7 ปี สิ่งที่เราถูกถามมากก็คือ อะไรจะเกิดหลังจากนี้กับประเทศชาติ เจอใครก็ถามคำถามเดียวกันหมดว่าต่อจากนี้ไปจะเป็นอย่างไร คนที่รู้เรื่องโหราศาสตร์ เขาก็คิดกันมากว่ามฤตยู อยู่กับเราตั้ง 7 ปี แล้วอะไรจะเกิดกับเราต่อไป

โหรฟองสนาน” บอกว่า อยากให้กำลังใจคนไทยเพราะ มฤตยู จริงอยู่ว่าอยู่ที่ไหนอยู่นานแล้วอยู่แล้วทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงพื้นฐาน แต่พื้นฐานของดวงเมืองเราจะพบว่ามฤตยูเป็นเจ้าบ้านราศีกุมภ์ ที่เป็นบ้านของโชคลาภและความสำเร็จของดวงเมือง เป็นภพที่ดีที่สุด เป็นบ้านที่ดีที่สุดแห่งโชคลาภและความสำเร็จของดวงเมือง พอผูกดวงชะตาแล้วมฤตยู มาอยู่ภพสหัชชะดวงเมืองอยู่ในมุมที่ดี เพราะฉะนั้นไม่ว่าการเปลี่ยนแปลงใดๆ จะเกิดขึ้นในเมือง แต่ในเมื่อ มฤตยู แม้จะเป็นบาปพระเคราะห์ อาจให้โทษก่อน แต่ในที่สุดแล้ว มฤตยูจากไปแล้ว

“ดวงเมืองเราจะออกมาดีมากกว่าร้าย ผ่าน ก.ค.2565 ไปแล้ว ดีมากกว่าร้าย การเปลี่ยนแปลงทั้งหลาย เพราะมฤตยูอยู่ในกลุ่มมาดี แต่ว่าภพเขาเป็นบาปพระเคราะห์ เขาก็จะมีเรื่องร้ายติดมาด้วย

เพราะฉะนั้น อาการของมฤตยูคือดีแล้วร้าย ร้ายแล้วดี มันจะเกิดแบบนี้ไปเรื่อยๆ แต่ผลสรุปของเมืองจะออกมาดี จะเกิดขึ้นเรื่อยๆ ดีแล้วร้าย ร้ายแล้วดี ไปถึง ก.ค.ปี 2565 แต่ผลที่ออกมาก็คือว่า เขาจะดีกับดวงเมือง มากกว่าร้าย”

อย่างไรก็ตาม “ฟองสนาน” ขยายความตรงที่บอกว่า จะเกิดเรื่องดีกับดวงเมืองมากกว่าเรื่องร้าย แต่จุดสำคัญมากก็คือ คนไทยก็ต้องกล้าเปลี่ยน ใครที่ไม่เปลี่ยนจะถูกทิ้งไว้ข้างหลังอย่างเจ็บปวด ใครที่ไม่เปลี่ยนจะเอาตัวไม่รอด เช่นสื่อมวลชน อย่างสื่อสิ่งพิมพ์ที่สัญญาณเตือนตั้งแต่ปี 2552 แล้ว แต่สื่อบางส่วนก็ยังไม่ปรับตัว เห็นได้จากตอนนี้คนไม่ค่อยอ่านหนังสือพิมพ์ อย่างไรก็ตาม เราต้องมีกำลังใจ 7 ปีต่อจากนี้ มฤตยูจะเขย่าเมืองน่าดู จะมีหลายเรื่องให้แปลกใจไปจนถึง ก.ค.2565 โหรยังหัวใจจะวาย เป็นยุคที่เข้าสู่ความทันสมัยสุดขีด โดยภพสหัชชะเป็นตัวเร่ง อย่างที่เห็นตอนนี้ที่มีการออกมาคัดค้านร่าง พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดคอมพิวเตอร์ฯ มีการทำศึกทางไซเบอร์ ภพสหัชชะ คือการติดต่อสื่อสารจะเป็นตัวเร่ง สิ่งที่มันจะเกิดภายใต้เงื้อมเงามฤตยู ในช่วง7ปีนี้

มีเรื่องพลิกล็อก คาดไม่ถึงตลอดปี

…ภาพรวมประเทศอยู่ในช่วงการเปลี่ยนแปลงใหญ่ต่อไปทั้งปี จะมีเรื่องพลิกล็อก ล็อกถล่มตลอดทั้งปี จะต้องมีการปฏิรูปใหญ่ๆ ใหม่หมดเลย การเปลี่ยนแปลงที่เราจะหัวใจวายมาก จะออกมาแบบช็อกคนไทยทั้งประเทศและต้องเตรียมรับมือคือ เพราะเคยบอกไว้ก่อนหน้านี้ว่าหลังปิดหีบประชามติ 7 สิงหา 2559 จะมีเรื่องพลิกล็อกมากมาย แล้วจะเป็นแบบนี้ ไปจนถึงปี 2565 อาการแบบนี้ ที่จะช็อกพวกเราแบบนี้ ที่มีทั้งด้านดีและด้านร้าย ขอให้คนไทยจับมือกันฟันฝ่าไปจนถึง 6 กันยาย 2560 เพราะว่าการเปลี่ยนแปลงใดๆ ตั้งแต่หลังปิดหีบประชามติ 7 สิงหาคม 59 จนถึง 6 ก.ย.2560 จะเป็นไปในช่วงที่ดวงเมือง กำลังอ่อนแอ ไม่ได้เข้มแข็งมากๆ หลังจาก 6 กันยายน 2560 โอกาศของประเทศชาติ จะดีมากกว่าร้ายๆ การเปลี่ยนแปลงล็อกถล่มใดๆ จะดีมากกว่าร้ายในระดับที่ว่า เทวดา ก็กีดกันเราจากความรุ่งโรจน์ไม่ได้ ขอให้อดทน ถึง 6 กันยายน 2560 แล้วหลังจากนั้น เมือง จะมีแนวโน้มดีมากกว่าร้ายและเป็นการเปลี่ยนแบบพัฒนาไปมากๆ อดทนกัน คนไทยต้องเข้มแข็ง

…ตอนนี้ไม่อยากรับปากว่าอะไรจะดีขึ้น แต่บอกได้ว่า เรื่องดีและเรื่องร้ายมันต้องเกิด แต่เราต้องผ่านพ้นสถานการณ์นี้ไปให้ได้ ถึง 6 กันยายน 2560

“แต่ในระหว่างนั้น ดวงเมืองจะฟื้นในระยะสั้นๆ เทวดาประจำเมืองจะฟื้นสั้นๆในช่วง 12 มกราคม 2560 ถึง 12 มีนาคม 2560 เราอาจจะได้เห็นอะไรดีๆ ช่วงนี้ จะมีเรื่องที่แปลกใจด้านดีเกิดขึ้น แต่ไม่อยากลงรายละเอียดมาก เพราะคนจะตีความไปต่างๆ”

ถามถึงดวงเมืองกับการเมืองในรอบปี 2560 “ฟองสนาน” กางตำราโหราศาสตร์ดวงเมือง แล้วบอกว่า เมื่อการเมืองเปลี่ยน เมืองเปลี่ยน คนเปลี่ยนการเมืองใครไม่เปลี่ยน ถูกทิ้งหมด เพราะทุกอย่างมันเปลี่ยนไปหมด นักการเมือง พรรคการเมืองที่ไม่ยอมเปลี่ยน เขาก็จะโดนเอง เพราะประชาชนยุคมฤตยูทับลักขณาดวงเมืองไปเร็วมาก แต่การเลือกตั้งอย่างไรก็ต้องมี

จากภาพรวมดวงเมืองในปีนี้ ตามที่บอกไว้ แล้วโรดแมป คสช.ที่เคยประกาศไว้มีแนวโน้มจะขยับออกไปจากเดิมหรือไม่?

พูดอะไรไม่ได้เลยเพราะอยู่ใต้มฤตยู เรื่องช็อกเกิดขึ้นได้ตลอด ไม่กล้าพูดว่าจะขยับหรือไม่ขยับ เพราะกลัวอิทธิพลมฤตยู แต่การเลือกตั้งอย่างไรก็ต้องมีเพราะโดยดวงเมืองมีเกณฑ์เรื่องเลือกตั้ง..ภายใน 6 กันยายน 2560 ซึ่งคงได้รัฐสภาหน่อมแน้ม..แปลกๆ ถ้าพ้นช่วงนั้นไปน่าจะเป็นระหว่าง..9 กุมภาพันธ์ 2561-10 มีนาคม 2561 ย้วยไปถึง 13 มษายน 2561

“แต่ไม่ว่าจะมีการเลือกตั้งเมื่อใด ผลที่ออกมาจะล็อกถล่ม ผิดความคาดหมายชนิดที่คุณก็จะงงๆ ว่ามันเกิดขึ้นได้อย่างไร มันก็จะสร้างความแปลกใจให้กับคนไทยทั้งชาติอีกเหมือนกัน เป็นเรื่องอิทธิพลมฤตยู ผลที่ออกมาเรื่องใหญ่ๆ เกี่ยวกับการเมือง จะคาดไม่ถึงกันหมด ทั้งพรรคการเมือง นายกรัฐมนตรี ผู้นำ แต่ไม่กล้าคาดคะเนว่าโรดแมปไม่เลื่อน”

ทั้งนี้เมื่อเมืองเดินหน้าแล้ว ไม่ว่าจะยังไง ดวงรัตนโกสินทร์ก็ต้องมีความขัดแย้ง แต่ที่ไหนในโลกก็มีความขัดแย้งเป็นเรื่องธรรมดา แต่มันจะเป็นขาขึ้นของดวงเมืองไปอีกหลายปี ขอให้พ้น 6 กันยายน 2560

ถามถึงเรื่องตัวนายกรัฐมนตรีหลังการเลือกตั้ง พอจะเห็นอะไรหรือไม่จากดวงเมืองในปีนี้ “โหรฟองสนาน” บอกว่า ดวงเมือง 6 กันยายน 2560 เป็นต้นไป วาระของเมืองยังอยู่ในช่วงเปลี่ยนแปลงใหญ่ต่อไป แต่เป็นขาขึ้นคือดีมากกว่าร้าย เทวดาประจำเมืองดี ตั้งแต่ 1 ธันวาคม 2560 เป็นต้นไป 2 ปีครึ่ง สิ่งที่ลงทุนไปพวกโครงสร้างพื้นฐานอินฟราสตรักเจอร์ มันจะส่งผล โดยเฉพาะอย่างยิ่ง อยากให้ความหวังกับคนไทยต่อไป 21 เมษายน 2561 ถึง 21 เมษายน 2564 เป็นช่วง 3 ปี ที่ดวงเมืองมีโอกาสได้โชคใหญ่ การเปลี่ยนแปลงใดๆ เป็นเรื่องดีมากกว่าร้าย เขาเรียกว่าเป็นช่วงมหาสิทธิโชค

เส้นทางบิ๊กตู่ คัมแบ็กนายกฯ รอบสอง?

เรื่องผู้นำประเทศ หากโฟกัสลงไปเลยได้หรือไม่ว่า แนวโน้มจะเป็นแบบไหน เป็นพวกอดีตนายกฯ คัมแบ็กกลับมาเป็นหรือพวกอดีตคนในเครื่องแบบ?

เรื่องนี้ต้องรู้วันลงคะแนนเสียงเลือกตั้ง หากรู้วันเลือกตั้ง ก็อาจจะรู้ว่าใครทายไปตอนนี้ก็เหมือนชกลม แต่ดวงของพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. ดวงแกเข้มแข็ง ค้ำประเทศชาติ ไปจนถึง 1 ธันวาคม 2560 ดวงดีมาตั้งแต่ปิดหีบเลือกตั้ง เรื่องนี้เคยบอกไว้ตั้งแต่ตอนหลังลงประชามติว่า ดวงพลเอกประยุทธ์จะพุ่ง แล้วพุ่งจริงๆ ได้มาทั้งร่างรัฐธรรมนูญและคำถามพ่วงฯ แล้วเรตติ้งนายกฯ ก็ไม่ตก อาจจะมียึกๆ ยักๆ บ้างในช่วงปีใหม่ แต่ดวงชะตาจะดีไปจนถึง 1 ธันวาคม 2560 ส่วนหลังจากนั้น ก็ไม่คิดว่าดวงจะตกจริง เพราะฉะนั้นก็ต้องจับตาแก เพราะอย่างโหรวารินทร์ บัววิรัตน์เลิศ เขาอาจรู้อะไรดีๆ กว่าเรา

“พอเราไปย้อนดูดวงพลเอกประยุทธ์อีกรอบ ก็เห็นว่าดวงนายกรัฐมนตรีไม่ตกจริง หลังธันวาคม 2560 ดวงไม่ตกจริง จังหวะดีๆ อาจจะช็อกพวกเราอีกรอบก็ได้ แต่หากถามเรื่องผู้นำประเทศหลังการเลือกตั้ง อยากให้รู้วันลงคะแนนเสียงก่อน ตอนนี้บอกกรอบใหญ่ๆ ของดวงเมืองไปก่อน”

เศรษฐกิจไทยทะยานฟื้นหลัง เม.ย.60

ดวงเมืองนอกจากอาจจะบอกเล่าเรื่องราวความเป็นไปของการเมืองอะไรต่างๆ ได้แล้ว “โหรฟองสนาน” ย้ำว่า เรื่องเศรษฐกิจประเทศ ก็สามารถชี้ให้เห็นได้ โดยบอกว่า เรื่องเศรษฐกิจที่ผ่านมา เล่นงานคนไทยหนักตั้งแต่ พ.ย.2557 อยากให้ความหวังเรื่องเศรษฐกิจ เจอหนักเลยเช่นเรื่องการเกษตร ที่ทำเอาเกือบปางตายเช่นน้ำในเขื่อนไม่เหลือเลย ต้องใช้น้ำสำรอง เป็นเรื่องพระเสาร์เล็งเศรษฐกิจดวงเมือง

“เรื่องเศรษฐกิจเราจะเริ่มเห็นแววฟื้น หลังวันเกิดดวงเมือง 21เมษายน 2560เป็นต้นไป ตอนนี้ตัวเลขเศรษฐกิจก็เริ่มดีแล้ว แล้วพอ 1 ธันวาคม 2560 ทะยานแล้ว เศรษฐกิจของเรา มีแนวโน้มว่าหุ้นจะกระฉูด แล้วทำลายสถิติอันใดอันหนึ่ง”

.. ถึงย้ำกลับมาที่เดิมที่บอกคือ ให้อดทนไปจนถึง 6 กันยายน 2560 โดยนับจาก 6 กันยายน 2560 เป็นต้นไป จนถึง ตุลาคม 2561 เราจะได้เห็นคนไทยสามัคคีชุมนุมกัน คนไทยจะรักกัน ไม่แตกแยก จะมีการแต่งตั้งอะไรที่สำคัญ เมืองจะได้ชื่อเสียงเกียรติยศ ได้รับเสียงชื่นชม จะมีการสมรสหรือการหย่าที่ประหลาดๆ ในเมือง

กระนั้น “โหรฟองสนาน” บอกว่า แต่มันก็มีคำเตือน คือตั้งแต่ 4 สิงหาคม 2560 เป็นต้นไป ให้ระวังเรื่องหนี้ หนี้ของประเทศชาติ จนถึง 22 กุมภาพันธ์ 2562 น่าเป็นห่วงเรื่องหนี้ การก่อหนี้ มันจะก่อตัวชนิดที่เราต้องรับมือกันดีๆ มันก็แทรกมา เศรษฐกิจดี แต่หนี้เยอะก็มี แต่ว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงใหญ่ในเรื่องของรถไฟ การขนส่ง การค้าปลีก จะทันสมัยมากเลย พวกอสังหาริมทรัพย์ แต่ภาพรวมดีมากกว่าร้าย จะดีไปจนถึงวันเกิดดวงเมืองปี 2562 ซึ่งแปลกมากที่อื่นจะมีปัญหา แต่ของเราจะไม่มีปัญหา

…มันจะเกิดการเปลี่ยนใหญ่ ก.ค.2565 ถึงตอนนั้น พวกเรามองกลับมาในเมือง จะเกิดคำถามในใจว่าทำไมมันถึงเปลี่ยนได้เยอะขนาดนี้ ทุกอย่างมันเปลี่ยนแบบเขย่าหมด คือมฤตยูมากรอบนี้ ดีมากกว่าร้าย เพียงแต่คนไทยต้องเปลี่ยน ทั้งวิธีคิด วิธีทำ

ดูอย่างตอนนี้พวกประท้วงรัฐบาล ก็ทำสงครามไซเบอร์ประท้วงบนถนนไม่ได้ ก็ประท้วงบนไซเบอร์ พวกเก่าๆ คนเก่าๆ ทำอะไรแบบเก่าๆ จะทยอยตกสมัยไป ไม่ก็ล้มหายตายจาก เป็นยุคใหม่กรุงรัตนโกสินทร์ที่จะเริ่ม 2 มีนาคม 2562 นับจากนั้นไปอีก 20 ปี เราเป็นดวงเมืองที่ไม่เคยแพ้ เราจะรอดปลอดภัย แต่ต้องเปลี่ยน

สำหรับเรื่อง “ภัยธรรมชาติ” ทางโหรฟองสนาน บอกว่าจากดวงเมืองที่เป็นอยู่ ห่วงว่าตั้งแต่สิงหาคมปีนี้ไปจนถึงสิ้นปี ห่วงว่าพายุใหญ่จะเข้า พายุจะแรง แต่แรงภายใต้พระสยามเทวาธิราชเข้มแข็ง เรารับมือได้ ห่วงเรื่องพายุประหลาดๆ จะเข้า

ฟองสนาน” ที่เป็นอดีตผู้สื่อข่าวอาวุโสสายการเมือง ของกรมประชาสัมพันธ์ ที่ตอนนี้ก็ทั้งเขียนคอลัมน์ จัดรายการวิทยุเล่าเรื่องข่าว ที่มีคนติดตามฟังจำนวนมาก ย้ำว่า จากดวงเมืองดังกล่าว คนไทยต้องเข้มแข็ง อดทน ต้องพัฒนาตัวเอง มฤตยูเขาไม่ชอบอะไรเก่าๆ จะล้างหมด ยกตัวอย่าง เช่น สื่อ อันนี้ชัดเจนเลย มฤตยูมาทับพระพุธ หมายถึงสื่อโดยรวมที่มาตั้งแต่ 2552 อันบ่งบอกถึงอาการของการเปลี่ยนแล้ว บางคนเห็นแนวโน้มแล้วว่าสื่ออย่างสิ่งพิมพ์จะไปไม่ไหว ก็หันมาใช้แพลตฟอร์มที่เกี่ยวกับอินเทอร์เน็ต เขาปรับตัวทัน แต่บางแห่งที่มฤตยูอยู่ บางคนยังปรับตัวไม่ได้ ยังติดอยู่กับรูปแบบเดิมๆ ดูตอนนี้ สื่อสิ่งพิมพ์ใครอ่าน ยกตัวอย่างขนาดทีวียังไม่มีคนดู ทุกคนดูจากหน้าจอกระจกหมด บางบ้านทีวีเสียยังไม่ซื้อใหม่เพราะดูจากสื่ออื่น เช่นจากจอโทรศัพท์

.. เขาเตือนมาตั้งแต่ปี 2552 แล้ว ยังไม่รู้ตัวกันอีก แล้วมาโทษโน่นโทษนี่ เช่นโทษว่าเป็นเพราะพลเอกประยุทธ์มาทำรัฐประหาร มันไม่ใช่ โลกมันเปลี่ยนหมดแล้ว เช่นเดียวกับนักการเมือง พรรคการเมือง วันนี้หากยังคิดยังทำอะไรในช่วงนี้ซึ่งประชาชนเขาไปไกลแล้ว มันเปลี่ยนไปหมดแล้ว คนของเราเปลี่ยนแล้วดูอย่างผลประชามติพอพลเอกประยุทธ์บอกว่า รับร่างรัฐธรรมนูญ คนก็แห่ตามนายกฯ แต่นักการเมืองบางคนยังพูดเหมือนเมื่อสิบปีที่แล้ว บางคนไปบอกว่าดี ไม่ยอมเปลี่ยน หลักการแน่น ซึ่งจริงๆ มันไม่ใช่ คือกลายเป็นว่า ตกสมัยโดยไม่รู้ตัว.

………………………….

ดวงเมืองช่วงเปลี่ยนผ่าน

โหรฟองสนาน” เล่าให้ฟังว่าหลังการสูญเสียครั้งยิ่งใหญ่ของคนไทย ที่ในหลวงรัชกาลที่ 9 ทรงเสด็จสวรรคต คนไทยจำนวนมากจิตตก อย่างตัวเราเองก็ยังจิตตกเลย ไม่มีอะไรเป็นที่พึ่ง เสียในหลวงรัชกาลที่ 9 เราเองน้ำตาตกใน แล้วก็ซึมเศร้า ก็กลับมาดูดวงเมือง มาอ่าน ก็พบว่าเรารอดพ้นเรื่องใหญ่ๆ มา 4 ครั้งในประวัติศาสตร์ เพราะดวงชะตาดวงเมืองรัตนโกสินทร์ เกิดขึ้นท่ามกลางภัยสงคราม เพราะพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราชรัชกาลที่ 1 เพิ่งทรงปราบดาภิเษก ความแตกแยกในหมู่คนไทยยังเกิดศึกพระเจ้าปดุงก็ทำท่าจะก่อตัว ตอนนั้นคนไทยยังแตกแยกกันอยู่ เมื่อทรงย้ายเมืองหลวงมาอยู่ฝั่งกรุงเทพมหานคร ก็ทรงให้พราหมณ์หาฤกษ์เพื่อจะวางเสาหลักเมือง เพื่อให้ได้ดวงเมืองมา ซึ่งพราหมณ์ก็ได้เสนอแนวทางให้รัชกาลที่ 1 เลือกสองแนวทาง หนึ่งดวงเมือง ส่วนใหญ่สุขสบาย แต่มีบางช่วงที่เราจะตกเป็นเมืองขึ้นต่างชาติ ทางเลือกที่สองเราก็จะมีเรื่องเดือดร้อนใจ มีเหตุให้ป่วนอยู่เรื่อยๆ มีศึกศัตรูทั้งข้างนอกข้างในแต่เราจะไม่เป็นเมืองขึ้นของใคร

.. ในปูมโหรเขียนไว้ว่าพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช ทรงเห็นว่ามันไม่มีประโยชน์อะไรที่สยามเราจะไปเป็นเมืองขึ้นของต่างชาติ จึงทรงเลือกแนวทางที่สอง ก็คือก็อาจเป็นแบบนี้ ทะเลาะกัน แต่เราก็จะรอดปลอดภัย ไม่เป็นเมืองขึ้นใคร บางคนบอกว่าให้ย้ายเมืองดีกว่า จะได้สุขสงบเสียที แต่บางทีการทะเลาะกัน ปัญหาอุปสรรคมันเป็นวาสนาดวงเมือง ที่มันติดมากับดวงเมืองแต่เราจะเอาชนะได้ทุกครั้ง

ดวงเมืองนี้สรุปง่ายๆ คือยิ่งมีวิกฤติ ยิ่งมีโอกาส หากเมื่อใดที่ดวงเมืองนิ่งๆ ให้ระวังไว้ วิกฤติจะโผล่มาจำคำไว้เลย เขาออกแบบมาแบบนี้ ไม่อยากพูดว่า ยิ่งทะเลาะกันจะยิ่งเจริญ แต่มันก็จะเป็นแบบนี้ไปเรื่อยๆ เป็นเรื่องวาสนาดวงเมือง เพราะว่าพระอังคารนำหน้าลัคนาดวงเมือง ที้นี้มันพิสูจน์ทฤษฎีนี้ความขลังของดวงเมือง 4 ครั้งใหญ่ๆ

ครั้งแรก ศึกพระเจ้าปดุงที่ยกทัพมาในช่วงสมัยรัชกาลที่ 1 หนึ่ง แต่คนไทยสามัคคีกันสู้จนพระเจ้าปดุงแพ้ภัยตัวเอง เพราะคนไทยเราสู้เต็มที่จนต้องยกทัพกลับ หลังวิกฤติดังกล่าว พบว่าราชอาณาจักรไทยแผ่ขยายไปมีหัวเมืองทั้งทางเหนือทางใต้ มากกว่าที่เรามีอยู่ปัจจุบัน

ครั้งที่ 2 ต่อมาชาติตะวันตกออกล่าเมืองขึ้น รัชกาลที่ 5 ทรงยอมเสียดินแดนบางส่วน แต่ไทยเป็นชาติเดียวในภูมิภาคนี้ที่รักษาเอกราชไว้ได้

ครั้งที่ 3 คือสงครามโลกครั้งที่ 2 หรือสงครามเอเชียบูรพา ญี่ปุ่นเข้ามายึดครองพวกเรา แต่สุดท้าย ญี่ปุ่นแพ้สงคราม ไทยชนะ เราไม่แพ้ตามญี่ปุ่น

ครั้งที่ 4 เวียดนามแตก ไซง่อนแตก พนมเปญแตก เวียงจันทร์แตก ทุกคนบอกไทยจะเป็นโดมิโน จะเป็นคอมมิวนิสต์ กองทัพเวียดนามมาจ่อชายแดนไทย เหงียน โก ทัก รมว.ต่างประเทศของเวียดนามตอนนั้น บอกว่ากรุงเทพมหานคร ไม่กี่วันก็เหยียบถึง ปรากฏว่า จีน ทำสงครามสั่งสอนเวียดนาม กองทัพเวียดนามหายไปจากชายแดนไทยแค่ชั่วข้ามคืน

เมื่อเรากลับมาดูดวงเมืองแล้วให้กำลังใจตัวเอง มีแต่คนถามว่าเราจะเป็นอย่างไรต่อไป นี้คือคำตอบ คือสู้ไป สู้ยิบตา ยอมเปลี่ยนตัวเอง พอถึงจุดหนึ่ง ความรุ่งโรจน์ก็ตามมาเอง แต่ปัญหาก็มี ไม่ใช่ว่าไม่มี ก็ต้องมีเรื่องใหญ่ๆ ก่อขึ้นมา

“ดวงเมืองปี 2560 จึงขอให้ทุกคนอดทนจนถึงกันยายน 2560 แล้วหลังจากนั้นจะมีการเปลี่ยนแปลงใหญ่ๆ พอไปถึง ก.ค.2565 ดวงเมืองของเราจะอยู่ในช่วงขาขึ้น และจะมีเรื่องดีมากกว่าร้าย”.

ฟองสนาน จามรจันทร์ ผ่าดวงเมืองปี 2560 เกิดเรื่องดีมากกว่าร้าย

ฟองสนาน จามรจันทร์ ผ่าดวงเมืองปี 2560 เกิดเรื่องดีมากกว่าร้าย

ที่มา ฟองสนาน จามรจันทร์ ผ่าดวงเมืองปี 2560 เกิดเรื่องดีมากกว่าร้าย แทบลอยด์ หนังสือพิมพ์ไทยโพสท์

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

เรื่องล่าสุด

ในวันที่ฟ้าฉ่ำฝน ยามตะวันจุมพิตลาผืนฟ้า เมื่อรัตติกาลส่งความมืดมิดมาครอบครองท้องนภา ดาราก็พริบพราวแสงสุกใส... คนจร...พาลสงสัย... นภาเจ้าจะยังคิดถึงดวงสุริยาอยู่บ้างไหม หรือเริงไหวอยู่ในแสงดาว... อย่างนั้น

เชียงดาว...หนาวน้อย...ค่อยๆ หนาว
รอน นอนแล้วก็เมา เมาแล้วก็นอน Vitamin Sea ดีต่อร่างกายนะครับ สวัสดีเกาะแสมสาร

RSS เรื่องนี้ต้องแชร์!!

%d bloggers like this: